คงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลในสีสันและลวดลายของผ้ามัดย้อม
สีสันที่สดใส ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่เกิดจากการมัด ไม่ใช่การพิมพ์หรือสกรีน
ผ้ามัดย้อมที่เราเห็นตามท้องตลาดทั่วไป ทั้งที่เป็นผืน และที่ตัดเย็บพร้อมสวมใส่ สีสันสดใสระลานตา ถือได้ว่าเป็นจุดขายของผ้ามัดย้อมก็ว่าได้ หรือจะเป็นลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่เกิดจากการมัดแล้วนำไปย้อมสีต่างๆ เราจึงเรียกว่า “ผ้ามัดย้อม”
หลายคนอาจจะเคยลองทำผ้ามัดย้อมกันบ้างแล้ว ถ้าใครได้ลองทำผ้ามัดย้อมด้วยตัวเองก็คงจะได้รับรู้ความรู้สึกในการลุ้น ลุ้นว่าที่เรามัดด้วยหนังยางบ้าง เชือกฟางบ้าง เมื่อแก้มัดออกมาแล้วจะปรากฏลวดลายอะไร ส่วนเรื่องสีเราจะได้ลุ้นในเรื่องของการแพร่กระจาย การซึมของสีที่เราย้อม แต่แน่นอนถ้าเราย้อมด้วยสีเคมี เราย้อมสีแดง ผ้ามัดย้อมของเราก็จะเป็นสีแดง แตกต่างจากการย้อมสีธรรมชาติ
การย้อมด้วยกิ่งไม้ ใบไม้เพียงแค่ชนิดเดียวก็สามารถทำให้เราสนุกกับสีสันที่หลากหลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่นใบหูกวาง เราสามารถย้อมให้เป็นได้ทั้งสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาล ไปจนถึงดำเลยทีเดียว เพียงแค่เรานำผ้าที่ย้อมด้วยใบหูกวางไปกระตุ้นด้วยตัวกระตุ้นหลายชนิดที่เราหาได้ เช่น สารส้ม ปูนแดง โคลน น้ำหมักสนิม ขี้เถ้า ดินลูกรัง คุณสมบัติของตัวกระตุ้นแต่ละตัวก็จะแตกต่างกัน บ้างก็ทำให้สีสว่างขึ้น สดใสขึ้น บ้างก็ทำให้สีเข้มขึ้น ทำให้คนทำเกิดการเรียนรู้จากการได้ลองจุ่มตัวกระตุ้นแต่ละตัว ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว
จะมีก็แต่การใช้ความชำนาญจากการทำหลายๆครั้ง แต่ถึงแม้จะชำนาญอย่างไรก็ไม่สามารถกำหนดสีให้เป๊ะๆ ตามต้องการได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ถ้าเราย้อมด้วยใบมะม่วง มะม่วงแต่ละชนิดก็ให้สีที่แตกต่างกัน มะม่วงเปรี้ยวให้สีที่แตกต่างจากมะม่วงมัน การย้อมสีธรรมชาติบางครั้งย้อมออกมาได้สีตุ่นๆ บางคนไม่ถูกใจ โดยทั่วไปจึงนิยมใช้สีเคมี เพราะให้สีที่สดใสและคงที่ สามารถผลิตผลงานสีเดียวกันได้หลายๆ ชิ้น แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งกว่าสีสันที่เห็นด้วยตา มองลึกไปถึงขั้นตอนการผลิต เราไม่เคยรู้เลยว่าสีเคมีที่สำเร็จรูปแล้วผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ต้องใช้เคมีกี่ชนิด และสารเคมีเหล่านั้นมีผลต่อคนอย่างไร หรือของเสียจากการผลิตนั้นส่งผลอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อมบ้างถ้าจัดการไม่ดี
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเรียนรู้ที่จะลองทำผ้ามัดย้อมที่แตกต่างกันแต่ละชิ้น เป็นผลงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่มีเพียงชิ้นเดียวทั้งลวดลายและสีสัน เรามาลองทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติกันไหมคะ
วิธีง่ายๆ ในการทำมัดย้อมสีธรรมชาติด้วยตัวเอง
เริ่มจาก เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสรรพ
ผ้าผืน หรือเสื้อผ้าที่เย็บแล้ว แต่ต้องเป็นผ้าใยธรรมชาติล้วนๆ ไม่ผสมใยสังเคราะห์หรือผสมน้อยที่สุด
อุปกรณ์ให้เกิดลาย
- หนังยาง
- เชือกฟาง
- ไม้หนีบ (ไม้ปิ้งไก่)
อุปกรณ์ในการย้อม
- ปี๊บ หม้อ หรือกะละมัง ที่สามารถตั้งไฟได้
- เตาแก๊ส เตาถ่าน หรือสามเส้า พร้อมเชื้อเพลิง ไม้ขีด ถ่าน ฟืน
- น้ำ
- กะละมัง สำหรับใส่น้ำและตัวกระตุ้น
อุปกรณ์ให้เกิดสี
- กิ่งไม้ ใบไม้ สับละเอียด
- ตัวกระตุ้นต่างๆ อาทิ น้ำหมักสนิม สารส้มป่น ปูนแดง โคลน ดินลูกรัง ขี้เถ้า ละลายน้ำใส่ในภาชนะ
วิธีหมักน้ำสนิม
- นำเหล็กที่ขึ้นสนิมใส่ในปี๊บ หรือถัง
- ใส่น้ำลงไปให้ได้ปริมาณมากพอสำหรับการย้อมผ้า
- หมักไว้ประมาณ 3 วันขึ้นไป อาจเติมน้ำตาล มะขามเปียก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมัก
เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วเราก็มาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
และเป็นมิตรกับธรรมชาติกันเถอะ
โดยวิธีการต่อไปนี้

- นำใบไม้สับละเอียดใส่ลงในปี๊บ ใส่น้ำให้พอเหมาะสำหรับย้อม(เกือบเต็มปี๊บ) ตั้งไฟ
- ซักผ้าที่จะย้อมด้วยน้ำเปล่า ให้ผ้านิ่ม ถ้าผ้าลงแป้งต้องขยี้แป้งให้หมด
- สร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าโดยการมัดด้วยหนังยาง เชือกฟาง หรือหนีบด้วยไม้ปิ้งไก่ ส่วนที่ถูกมัด ถูกหนีบ คือส่วนที่จะไม่โดนสี ซึ่งจะเกิดเป็นลาย สำคัญต้องมัด ต้องหนีบให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้เพื่อไม่ให้สีซึมเข้าไป ลายของเราจึงจะคมชัด
- เมื่อมัดลายเรียบร้อย ใส่ลงไปในปี๊บย้อมสี ทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาที
- นำผ้าที่ย้อมสีแล้ว ล้างน้ำเปล่าและกระตุ้นด้วยตัวกระตุ้นที่ละลายน้ำไว้แล้ว
- ดูความเปลี่ยนแปลงของสีบนผ้าเมื่อถูกตัวกระตุ้น ว่าได้สีอะไร พอใจหรือยัง ถ้ายังไม่พอใจในสีที่ได้ สามารถทดลองกระตุ้นด้วยตัวกระตุ้นชนิดอื่นได้ แต่ต้องผ่านการซักน้ำเปล่าก่อนเสมอ ถ้าสียังเข้มไม่พอ ให้นำลงปี๊บต้มต่อไปอีก สีจะติดเร็วขึ้น ชัดขึ้น แล้วจึงนำมากระตุ้นอีกครั้ง
- เมื่อได้สีที่พอใจแล้ว ซักน้ำเปล่าครั้งสุดท้ายก่อน แล้วจึงแกะหนังยาง เชือกฟาง หรือไม้ปิ้งไก่ที่เรามัดไว้ออก เราก็จะเห็นลวดลายที่เรามัดไว้ว่าสวยงามเพียงใด
- ซักน้ำและตากให้แห้ง ถ้าจะให้สีติดทน ให้แช่ในน้ำเกลือประมาณ 15 นาที แล้วจึงซัก ตากตามปกติ
 |
แล้วเราก็ได้ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติมาใช้อย่างสบายใจ
จะใช้อย่างไรก็สุดแต่ความต้องการของแต่ละคนนะจ๊ะ
อาจจะนำไปเย็บริมเป็นผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว
จะใส่กรอบเก็บไว้เป็นผลงานศิลปะ จะตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า ถุงหูรูด
เย็บต่อกันหลายๆ ผืน เป็นผ้าห่ม หรืออื่นๆ
ตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน
ถ้าใครได้ลองทำแล้ว รับรองว่าสนุกแน่ๆ
ลองเขียนเล่าประสบการณ์ความสนุกของตัวเองมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ |
|